ที่สุดของกรุงเทพฯ · คัดมา 8 แห่ง
รูฟท็อปไฟน์ไดนิ่งสุดคุ้มค่าที่จะแต่งตัวสวย/หล่อไปกิน
ครัวคุณภาพบนฟากฟ้า รวมชื่อระดับมิชลินและมื้อค่ำสุดคุ้มค่าที่จะแต่งตัวสวย/หล่อไปกิน
อัปเดตเมื่อ
สาทร · ชั้น 57-60
อาหารสไตล์โนบุ สาขาที่สูงที่สุดในโลก อยู่บนยอดตึก The Empire ตกแต่งโดย Rockwell Group ที่ผสมงานแกะสลักแบบวัดไทยเข้ากับความมินิมอลสไตล์ญี่ปุ่น แบล็กค็อดและค็อกเทลที่นี่มาตรฐานระดับโลกแน่นอน แต่ความลับจริงๆ อยู่ตรงที่ต้องเดินขึ้นไปอีกชั้นสู่บาร์กลางแจ้งบนอดีตลานเฮลิคอปเตอร์ ที่มองเห็นวิว 360 องศา ทั้งแม่วิวแม่น้ำ บางกระเจ้า ตึกมหานคร และโดมทองของ Sky Bar ในมุมเดียวกันหมด เปิดมาแล้วตั้งแต่ปลายปี 2024 และกลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆในทุกโอกาสพิเศษไปแล้ว
ต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น แล้วก็อย่าลืมขึ้นไปบาร์ชั้นบนสุดเด็ดขาด เพราะเป็นจุดที่ดีที่สุดของตึกนี้
สาทร · ชั้น 56
เชฟธิติฏฐ์ ทัศนาขจร หรือเชฟต้น (เจ้าของดาวมิชลินที่ Le Du ต่อเนื่องห้าปี และติดโผ Asia's 50 Best เป็นประจำ นำวัตถุดิบไทยแต่ละภาคมาเล่าเรื่องผ่านการรังสรรดเมนูบนชั้น 56 ที่นี่ถูกยกให้เป็นคอนเซปต์ไฟน์ไดนิ่งไทยบนรูฟท็อปแห่งแรกของโลก เมนูตามฤดูกาลของแต่ละภาคเสิร์ฟแบบอะลาคาร์ต ถือเป็นตัวแทนความเป็นไทยที่แข็งแกร่งที่สุดในลิสต์นี้ ค็อกเทลสายพฤกษาก็ตามทันฝีมือครัวได้สบายๆ ตึก The Empire เชื่อมตรงกับ BTS ช่องนนทรี มาถึงง่ายสุด ๆ แต่จะได้โต๊ะหรือเปล่านั้นอีกเรื่อง
ต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น โดยเฉพาะช่วงไฮซีซัน (พฤศจิกายน - กุมภาพันธ์) ควรจองไว้ให้เนิ่นๆ เมนูเป็นอะลาคาร์ต ลองสั่งให้ครบทุกภาคเลย
สีลม · ชั้น 76
ร้านอาหารที่สูงที่สุดในไทย อยู่บนชั้น 76 ของ The Standard บนตึกมหานคร เชฟ Paco Ruano เจ้าของร้าน Alcalde ในกวาดาลาฮาราที่ติดอันดับ Latin America's 50 Best มารังสรรค์อาหารเม็กซิกันสุดหรูในห้องสไตล์ "space-age retro" โทนทองชมพูโดย Ou Baholyodhin เมนูเด่นคือกัวคาโมเล่ Crab Ojo และหมูหันย่างไฟอ่อนๆ พร้อมเมซคาลคราฟต์ที่สมกับความสูงระดับนี้ นักวิจารณ์เริ่มพูดถึงเรื่องติดดาวมิชลินกันแล้ว
Book the outdoor terrace for sunset — the indoor glass throws reflections at golden hour.
สีลม · ชั้น 64
ต้นตำรับไฟน์ไดนิ่งบนรูฟท็อปของกรุงเทพฯ อาหารเมดิเตอร์เรเนียนบนเทอเรซกลางแจ้งใต้โดมทองของ State Tower ครองตำแหน่งร้านอาหารกลางแจ้งที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลกมานาน และได้รับการการันตีจาก Gambero Rosso Guide ของอิตาลี รับรองไม่ผิดหวัง ทั้งพาสต้าทำมือ คอนฟีเป็ด ซีฟู้ดส่งตรงจากทะเล แต่วัตถุดิบตัวจริงคือบรรยากาศ มื้อค่ำริมขอบตึกที่แม่น้ำอยู่ลิบๆด้านล่าง และเมืองทั้งเมืองหมุนรอบตัวคุณในความมืด นี่คือมื้ออาหารที่ทำให้ไฟน์ไดนิ่งบนที่สูงกลายเป็นไอคอนของเอเชีย
อย่าลืมขอโต๊ะติดริมขอบตอนโทรจองล่ะ เพราะเป็นมุมถ่ายรูปสวยที่สุด คุ้มค่ากับตำนานสามทศวรรษของที่นี่
สาทร · ชั้น 61
ลานจอดเฮลิคอปเตอร์เก่าที่แปลงโฉมบนยอดตึก Banyan Tree สูง 61 ชั้น ที่แม้จะผ่านมายี่สิบปีแล้ว ความสูงชันแบบ 360 องศายังทำให้คนอุทานทุกครั้ง ได้ชื่อว่าเป็นกริลล์แอนด์บาร์แห่งแรกของเอเชีย เสิร์ฟซีฟู้ดพรีเมียม สเต๊กนำเข้า และคอร์สสี่เซตเริ่มต้นราคาหัวละ 3,400 บาท บนเทอเรซดาดฟ้าเปิดโล่งไม่มีกระจกกั้นเลยสักบาน ซึ่งนี่แหละที่เป็นทั้งจุดขายที่ทำให้คนอยากจอง แล้วก็เป็นจุดตายที่ต้องลุ้นกับสภาพอากาศด้วยเหมือนกัน เพราะงานนี้เราจ่ายเงินค่าวิวพอๆกับค่าอาหาร ซึ่งถ้าคืนไหนฟ้าเปิด บอกเลยว่าคุ้มค่าเงินแน่นอน
เลือกจองคืนฟ้าใสและจับเวลาให้ตรงช่วงพระอาทิตย์ตก เพราะถ้าฝนตกจะไม่มีที่นั่งในร่มสำรอง เซตเมนูเริ่มต้นราว 3,400 บาท ไม่รวมเครื่องดื่ม
สีลม · ชั้น 52
ต้อนรับคุณด้วยสะพานลอยฟ้านีออนยาว 25 เมตรที่เปลี่ยนสีได้ใต้ฝ่าเท้า ซึ่งจัดเป็นทางเข้าร้านอาหารที่ปังและอลังการที่สุดในกรุงเทพฯ สู่ห้องอาหารจีนกลางแจ้งที่สูงที่สุดในเมือง เมนูชิมพาทัวร์ไปชิมรสชาติอาหารกวางตุ้งชั้นเลิศ ผสมผสานวัตถุดิบจากฮอกไกโด พร้อมคอลเลกชันไวน์กว่า 3,000 ขวดหนุนหลัง โต๊ะบนเทอเรซตั้งอยู่ใต้ระเบียงโค้งของ lebua พอดีพร้อมชมวิวแม่น้ำด้านล่าง
หลังมื้อค่ำอย่าลืมเดินข้ามสกายบริดจ์อีกรอบ เพราะไฟเปลี่ยนสีตลอดทั้งคืนและถ่ายรูปออกมาสวยมาก แต่เช็เดรสโค้ดดีล่ะๆ เข้มงวดมาก
เพลินจิต · ชั้น 34-36
แลนด์มาร์กสุดตระการตาในสไตล์แมนฮัตตันของโรงแรม Park Hyatt Bangkok ที่มัดรวม 6 โซนความฟินไว้ใน 3 ชั้น เริ่มตั้งแต่นั่งทานสเต็กในครัวเปิดที่เชฟย่างเนื้อด้วยถ่านกะลามะพร้าวออร์แกนิกหอมๆ ขยับขึ้นไปดริงก์ในค็อกเทลเลาจ์สุดชิคพร้อมดนตรีแจ๊สสดทุกวันพุธถึงอาทิตย์ ยาวไปจนถึงการนั่งชิลรับลมที่การ์เดนบาร์กลางแจ้งด้านบนสุด การันตีความปังด้วยรางวัล Best Jazz & Cocktail Bar Experience บอกเลยว่าที่นี่คือตัวจริงเรื่องการจัดมื้อธุรกิจหรือฉลองโอกาสพิเศษ เพราะบรรยากาศดูดี บริการได้มาตรฐาน แถมยังซ่อนหนึ่งในสเต็กที่อร่อยที่สุดในกรุงเทพฯ ไว้แบบเงียบๆ อีกด้วย
หนุ่มๆอย่าลืมใส่เสื้อเชิ้ตมีปกขึ้นไปชั้นสเต็กน จัดเต็มลุคหรูให้คู่ควรกับชั้น 34 แล้วค่อยปล่อยใจลอยขึ้นฟ้าไปพร้อมกับเสียงเพลงแจ๊ส
สยาม · ชั้น 54
ปักหมุดความอร่อยบนชั้น 54 โรงแรม Centara Grand กับอาหารสเปนรสชาติต้นตำรับแท้ๆ แบบจัดเต็ม ไฮไลท์เด็ดต้องยกให้ หมูหันสไตล์เซโกเวีย ที่หนังกรอบกรุบจนต้องใช้จานสับ กุ้งผัดกระเทียมน้ำมันมะกอก (Gambas) เดือดพล่านบนกระทะ ข้าวผัดสเปนซีฟู้ด (Paella) ที่คุ้มค่ากับการนั่งรอ 45 นาทีสุดๆ ทั้งหมดนี้เสิร์ฟคู่กับไวน์จากตู้กระจกสูง 8 เมตร ที่อัดแน่นไปด้วยไวน์สเปนและโปรตุเกสกว่า 2,000 ขวด แถมการันตีความอร่อยด้วยฝีมือเชฟระดับดีกรีร้านมิชลินชื่อดัง ทั้ง Hide ในลอนดอน และ StreetXO ในมาดริด จนคว้าใจกรรมการได้รางวัล Michelin Plate มาครอง บอกเลยว่าร้านนี้ต้องยกให้อาหารนำหน้าแล้ววิวตามหลัง แต่เอาเข้าจริงคือปังและประทับใจทั้งสองอย่างแน่นอน
แนะนำให้สั่งข้าวผัดสเปนทันทีที่นั่งโต๊ะเพราะต้องใช้เวลาทำประมาณ 45 นาที และความพิเศษของร้านอาหารบนตึกสูงขนาดนี้คือที่นี่ต้อนรับลูกค้าที่มากับครอบครัวด้วย







